หากมีชีวิตไม่ติดคอมพิวเตอร์ จะเป็นอย่างไรนะ

          อย่างที่เรารู้กันดีว่าปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดำรงชีวิตของคนเรา บางคนใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการทำงาน บางคนใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกม หรือบางคนใช้คอมพิวเตอร์เล่นการพนัน หรือบางคนใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นเพื่อนในยามเหงา 

ซึ่งการใช้งานคอมพิวเตอร์ ในเรื่องของการทำงานนั้นส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาไม่ค่อยนาน แต่หากใครที่ใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการเล่นเกม หรือเล่นการพนัน หรือให้เป็นเพื่อนยามเหงา คนเหล่านี้มักจะจดจ่อตัวเองอยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ซึ่งการที่เราจะป้องกันไม่ให้ตัวเองติดคอมพิวเตอร์มากเกินไปนั้น

สำหรับในผู้ใหญ่ควรจะมีการกำหนดขอบเขตเวลาของตัวเองในการใช้งานคอมพิวเตอร์

ควรหาเวลามาพูดคุยกับคนในครอบครัว ออกไปทำกิจกรรมข้างนอกบ้าง พยายามพบปะสังสรรค์กับเพื่อนนอกบ้านบ้างจะช่วยให้คุณไม่ต้องหมกมุ่นกับคอมพิวเตอร์มากนัก ส่วนในเด็กนั้น พ่อแม่และผู้ปกครองมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยเหลือไม่ให้เด็กๆติดคอมพิวเตอร์

โดยพ่อแม่และผู้ปกครอง ควรมีเวลาให้กับเด็กมากๆ อาจพาพวกเขาไปทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือมีกิจกรรมในบ้านให้พวกเขาช่วยทำนอกเหนือจากให้พวกเขาเล่นคอมพิวเตอร์ พยายามควบคุมเวลาในการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเด็กๆไม่ให้อยู่หน้าคอมฯนานมากจนเกินไป

การใช้คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่ควรใช้คอมฯเป็นเวลานานติดต่อกัน

ควรมีการเว้นช่วงการใช้งาน เช่นควรจะมีเวลาพักสัก 15-20 นาที หากเราจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมฯนานๆจริงๆ ออกไปเดินยืดเส้นยืดสาย หรือหาอะไรทำชั่วคราวบ้างถือเป็นการพักสายตาจากหน้าจอของคอมพิวเตอร์ไปในตัว

เพราะการที่เราหน้าอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆจะมีผลต่อร่างกายของเราทั้งสิ้น เช่น สายตาของเราจะเหนื่อยล้า  มีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดแขน ปวดไหล่ ปวดคอ มีการปวดหัว บางคนอาจนอนไม่หลับ และหากนั่งนานๆเกินวันละ 8 ชั่วโมงก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดดำอุดตันได้ ดังนั้นตามอินเตอร์เน็ตหรือตาม YouTube จึงมักมีการสอนวิธีการบริหารร่างกายหากต้องใช้เวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ

           ผู้คนส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าหากเราอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆจะมีผลเสียต่อตัวเราและต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างไร แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่พยายามที่จะดึงตัวเองออกมาจากคอมพิวเตอร์ 

ซึ่งหากเราใช้ชีวิตพอดีไม่หมกมุ่นกับคอมมากเกินไป การใช้ชีวิตของเราก็จะมีความสุขทั้งยังไม่มีปัญหาต่อการเข้าสังคมและจะไม่กลายเป็นที่หงุดหงิดง่าย เราควรหาเวลาไปท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมกับเพื่อนๆหรือครอบครัวเพื่อที่เราจะได้ห่างไกลจากโรคคอมพิวเตอร์ซินโดรม

 

เรื่องที่น่าสนใจเหล่านี้ได้มาจาก ole777